รับประกันปลอดภัย 100%

บริการกำจัดหนู ปลวก มด แมลงสาบ ด้วยสมุนไพรนาโนเทคโนโลยี.

โปรโมชั่น พิเศษ เฉพาะเดือนนี้ ! เท่านั้น

แถมบริการกำจัดมด และแมลงสาบ ฟรี 1 ครั้ง อย่ารอช้า เพียงแค่คุณโทรเข้ามา อีซี่มาก ๆ

ปกป้องครัวของคุณจากเหล่าแมลงร้าย!!

Green Protech บริการกำจัดปลวก หนู มด แมลงสาบ ด้วยสมุนไพรนาโน ปราศจากสารพิษใด ๆ ปลอดภัย 100%

ทำไม GREEN PROTECH เลือกใช้สมุนไพรนาโนเทคโนโลยี เพราะ

ปลอดภัย 100%, ไม่มีสารพิษตกค้าง, ไม่มีกลิ่น, ไม่ต้องเจาะพื้น, ไม่ต้องอพยพผู้คน, ไม่ทำให้เฟอร์นิเจอร์เสียหาย

กรณีกำจัดปลวก ไม่ได้ผล ยินดีคืนเงิน 100%

กำจัดปลวก "ยกรัง" ...ด้วยสมุนไพรนาโนเทคโนโลยีชีวภาพ

Monday, May 15, 2017

#ป้องกันปลวก

#ป้องกันปลวก

 1. ตรวจเช็คสภาพเฟอร์นิเจอร์ไม้
       เช็คสภาพเฟอร์นิเจอร์ไม้ว่ามีรูคล้ายโดนปลวกแทะ หรือเห็นเศษไม้เป็นผงเกลื่อนพื้นตรงบริเวณที่ไม้เป็นจุด อาจแปลได้ว่า ตอนนี้ปลวกได้มาทำรัง บุกมาแทะไม้บ้านคุณแล้วจริง ๆ อาจจะลองเช็ก โดยการเคาะดูก่อนก็ได้ หากได้ยินเสียงก้องหรือรู้สึกถึงความโหรงเหรงภายใต้พื้นไม้ อาจจะฟันธงไปได้เลยว่าเจอปลวกแน่แล้ว ทว่าหากยังไม่แน่ใจสามารถใช้สว่านเจาะเข้าไปตรงบริเวณที่เป็นรูก็ได้ หากเศษไม้หลุดออกมาเป็นแผ่นอย่างง่ายดายก็แปลว่าใช่เลย เตรียมกำจัดปลวกได้แล้วค่ะ
2. ลดความชื้นภายในบ้าน 
       เมื่อไม้เจอความชื้นก็จะเป็นอาหารชั้นยอดสำหรับปลวก ลองสังเกตตรงบริเวณที่มีปัญหาปลวกดูก็ได้ค่ะว่า ส่วนนั้นมีความชื้นค่อนข้างสูงทั้งนั้น อย่างนี้แสดงให้เห็นว่า่หากเราสามารถลลดความชื้นภายในบ้านได้ ก็เท่ากับช่วยป้องกันบ้านจากปลวกได้อีกทาง อาจจะติดตั้งพัดลมดูดอากาศ หมั่นเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก เปิดม่านให้แสงแดดส่องถึง

3. อุดรอยร้าว รอยแยก ตามกำแพง 
       อุดรูตามผนังกำแพง และจุดที่เป็นรอยแยก เกิดความชำรุดเสียหายให้รีบซ่อมแซมโดยด่วน โดยอาจจะฉาบปูนเข้าไปใหม่หรือยาแนวให้แน่นหนา เพราะไม่เพียงแต่ร่องรอยแยกเหล่านี้จะเป็นช่องทางของปลวกเท่านั้น แต่มด แมลงสาบ และแมลงชนิดอื่น ๆ อาจใช่ช่องทางเดียวกันนี้เข้ามาบุกรุกบ้านคุณก็ได้ 

4. เลี้ยงไส้เดือนฝอย 
       ไส้เดือนฝอยช่วยกำจัดปลวกใต้ดินให้เราได้เป็นอย่างดี ดังนั้นคุณควรหาซื้อไส้ดินฝอยมาเลี้ยงไว้ในสวนบ้าง เพื่อให้ไส้เดือนฝอยช่วยจับปลวกมาเป็นอาหาร ลดประชากรปลวกในบ้านไปได้เยอะเลยทีเดียว

5. ใช้แดดแรง ๆ กำจัดปลวก 
       ปลวกจะชอบในที่มืดและที่ชื้นแฉะ พอเจอแดดแรง ๆ ก็จะตายกันเป็นแถว ถ้าหากเฟอร์นิเจอร์ของคุณโดนปลวกบุกรุก ให้รีบนำเฟอร์นิเจอร์ไม้ชิ้นนั้นมาตากแดดจัด ๆ ประมาณ 2-3 วัน เพื่อกำจัดปลวกให้หมดไป 

Thursday, October 1, 2015

บ้านปลอดปลวก


       บ้านพักอาศัยทั่วๆ ไปกว่า 90% ต้องผุพังไปก่อนเวลาอันสมควรจากปลวก และแมลงร้ายสารพัดชนิด โดยเฉพาะปลวกนั้นถือว่าเป็นอันตรายสำหรับบ้านมากที่สุด

       เจ้าปลวกตัวร้าย ชอบกิน เซลลูโลส (Cellulose) ในเนื้อไม้ป็นอาหารอันโอชะของปลวก ดังนั้นไม่เพียงแต่ไม้ที่จะต้องผุพังกลายเป็นกากอาหารของปลวก แต่ยังรวมไปถึงอะไรก็ตามที่มีเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบอยู่ เช่น กระดาษ, ผ้า, หนังสัตว์ พรหม หนังสือ ฯลฯ และวัสดุหรือเครื่องใช้ภายในบ้านอีกหลายสิบชนิดที่หาพบได้ในบ้านพักอาศัยทั่วๆ ไป

วิธีจัดการกับปลวกและการป้องกัน

       ปัจจุบันวิธีการจัดการที่นิยมคือ การป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ คือการกำจัดแหล่งสร้างรัง อันเป็นฐานทัพใหญ่ของปลวก และทำลายทางขึ้นลงหรือเส้นทางลำเลียงพล พร้อมกับการส้างแนวป้องกัน สำหรับการบุกรุกใหม่ในอนาคต ส่วนการที่เราจะไปคิดแก้ปัญหาที่ต้นตอด้วยการสร้างบ้าน โดยใช้วัสดุที่ไม่มีเซลลูโลสของโปรดของปลวกนั้น ดูจะลำบากครับ เพราะต้องควบคุมตั้งแต่การก่อสร้างตั้งแต่แรกเริ่ม ถึงแม้ปัจจุบันจะมีไม้เทียมหรือใช้คอนกรีต แต่วิธีการก่อสร้างยังคงใช้ไม้แบบกันอยู่ (เจ้าตัวนี้แหละครับ เหยื่อล่อปลวกเข้าบ้าน)

 สำหรับการป้องกันอย่างถูกวิธีนั้นเราควรทำตั้งแต่ต้น
  • ก่อนก่อสร้าง โดยอัดเคมีลงดิน ให้รอบแนวคานด้านใน-นอก และฉีดเคลือบผิวดินในทุกๆ ตารางนิ้ว รวมทั้งสเปยร์เคมีออกไปโดยรอบของตัวอาคาร 1 เมตรและบริเวณที่มีความชื้นสูง
  • การราดน้ำยาผ่านระบบท่อใต้อาคาร (ลักษณะนี้ต้องทำตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง) ระบบท่อจะเดินตามคานและเจาะรูที่ท่อเป็นระยะๆ แต่ท่อจะไม่สัมผัสกับดินเรื่องจากอาจจะทำให้ท่ออุดตันได้ ซึ่งระบบนี้จะสะดวกสบายกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องเข้าไปในตัวบ้าน ไม่ต้องทุบพื้น เจาะบ้านเป็นรูเพื่ออัดน้ำยาให้ตัวบ้านหลังจากอัดน้ำยาในครั้งแรกหมดอายุ
  • ในกรณีที่ไม่ได้เตรียมท่อน้ำยาไว้ตั้งแต่แรก ต้องเจาะรูขนาด 5/8 นิ้ว ให้ทะลุพื้นจนถึงชั้นดินรอบแนวคานทั้งด้านในและนอก แต่ละจุดห่างกันประมาณ 1 เมตร
  • หากตรวจพบกองดินหรือทางเดิน ของปลวกให้ค้นหาถึงจุดที่ปลวกขึ้นมา และทำลายทิ้งด้วยน้ำยาหรือสเปรย์ฆ่าปลวก ทิ้งไว้ซัก 2-3 วัน ให้ทำการตรวจสอบอีกครั้ง
  • ฉีดเคมีเคลือบโครงไม้ โดยให้ซึมเนื้อไม้เน้นตามรอยเลื่อนรอยต่อ เป็นการป้องกันการเกิดขึ้นใหม่ของปลวก มอด ด้วง และเชื้อราต่างๆด้วย ควรเลือกไม้ที่นำมาก่อสร้างที่มีความทนทางต่อการทำลาย เช่น ไม้สัก ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้ชิงชันและไม้ประดู่ (ข้อนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณในกระเป๋าครับ) แต่ถ้าใช้ไม้เนื้ออ่อน ควรทำการอาบน้ำยาป้องกันเสียก่อน
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
  • ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ใกล้บ้าน เพราะปลวกจะอาศัยรากไม้เข้ามาในบ้านได้
  • พยายามป้องกันไม่ให้แมลงเม่าบินเข้ามาภายในบ้าน เพราะแมลงเม่าคือปลวกเจริญพันธุ์ เมื่อเข้ามาจะทำรังและวางไข่กลายเป็นปลวกได้
       การป้องกันและดูแลบ้านเราให้รอดพ้นจากภัยจากปลวก ศัตรูตัวฉกาจที่ไม่ว่าบ้านใครก็ไม่อยากเจอะเจอกับมัน เพราะจะเกิดความเสียหายอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันระวัง อย่างไรก็ดีไม่มีสารเคมีหรือวิธีการใดๆ ที่จะจัดการกับเจ้าแมลงร้ายนี้ได้อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นการหมั่นตรวจสอบและดูแลบ้านอยู่เสมอจะเป็นการดีที่สุด

ที่มา : http://thinkofliving.com/2012/03/27/บ้านปลอดปลวก

Thursday, September 17, 2015

ผลเสียที่เกิดจากการจ้างบริษัทกำจัดปลวกเถื่อน

       ปัจจุบันธุรกิจกำจัดปลวกมีความต้องการมากในปัจจุบันเพราะ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ที่กำลังเฟื่องฟู ทำให้มีบริษัทกำจัดแมลงหรือกำจัดปลวกโดยเฉพาะ
เปิดขึ้นมาให้บริการกันมากมายเยอะแยะทั้งในส่วนของกรุงเทพ หรือตามต่างจังหวัดเองอย่างไรก็ตามในจำนวนของบริษัทกำจัดปลวกเองก็อาจจะมีบริษัทที่เปิดให้บริการโดยไม่ถูกต้อง หรือที่เรียกกันว่าบริษัทเถื่อนอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งบริษัทเหล่านี้มักจะมีการเรียกลูกค้า
โดยการใช้ราคาที่ถูกกว่าบริษัททั่วไปทำให้ลูกค้ามักจะหลงเข้าไปใช้บริการ แล้วก็มักจะพบเจอกับปัญหาต่างๆ

1. ปัญหาการให้บริการที่ไม่ได้คุณภาพ

เนื่องจากบริษัทเถื่อนเหล่านี้ไม่ได้มีการจัดตั้งอย่างถูกขั้นตอนทำให้พนักงาน ไม่ได้รับการอบรมตามหลักของสมาคมกำจัดแมลงทำให้การบริการขาดความรู้อย่างแท้จริง เพียงแต่ทำไปตามที่เรียนรู้มาแบบงูๆ ปลาๆเท่านั้น การแก้ปัญหาปลวกมักทำให้หายขาดไม่ได้ ซึ่งจะส่งผลเสียระยะยาวต่อบ้านหรืออาคารของลูกค้า

2. ปัญหาจากการใช้อุปกรณ์ และน้ำยาที่ไม่ได้มาตรฐานในการกำจัดปลวก

ข้อนี้พบได้บ่อยมาก เพราะอย่าลืมว่าบริษัทเหล่านี้มักจะเน้นที่การลดต้นทุน เพื่อให้สามารถรับงานในราคาถูกได้ ดังนั้นอุปกรณ์ต่างๆหรือน้ำยาจะต้องมีการลดต้นทุน โดยการเน้นใช้น้ำยาราคาถูกแต่อาจจะมีผลข้างเคียงต่อคนและสัตว์เลี้ยงอย่างมาก โดยเฉพาะการใช้น้ำยากลุ่มอีมิดาคลอฟิด ที่มีพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยง แต่มีราคาถูกเหมาะกับการกำจัดปลวก

3. ปัญหาจากบริการที่ไม่มีมาตรฐาน

บริษัทเถื่อนมักจะมีมีการอบรมเรื่องของการบริการให้แก่พนักงานดังนั้นลูกค้า จึงไม่สามารพบเห็นการบริการที่ดีจากบริษัทเหล่านี้ เช่นไม่มีการนัดเข้าทำแต่จะเข้ามาเลย , การแต่งกายที่ไม่สะอาดตาเป็นต้นว่าการใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ , การพูดจาที่ไม่ดี เป็นต้น

4. ปัญหาจากความไม่เป็นมืออาชีพ

เช่น การไม่มีการบริการหลังการขายที่ดีเพราะต้องทำการลดต้นทุนทุกๆ ด้านทำให้ต้องตัดงบส่วนที่ใช้ซัพพอร์ตหลังการขายไป พุดง่ายๆ คือบริษัทพวกนี้มักจะเข้าทำบริการครั้งแรก รับเงิน แล้วมักจะหายไปเลยไม่มีการมาติดตามผล หรือแก้ไขส่วนที่ทำไม่เสร็จ ดังนั้น ลูกค้าจึงมักจะเสียเงินเปล่าเพื่อแลกการบริการที่ไม่ดี

5. ปัญหาการขโมยของมีค่า

ระหว่างการทำกำจัดปลวกพนักงานจะต้องเข้าไปยังส่วนต่างๆของบ้างซึ่งเสี่ยงต่อการที่ของมีค่าของลูกค้าจะหายเพราะบริษัทเถื่อนไม่มีชื่อเสียงให้ต้องรักษา และพนักงานไม่ได้รับการอบรมเรื่องของความเป็นมืออาชีพดังนั้นจึงมักเกิดปัญหานี้ขึ้นบ่อยครั้ง

ที่มา : http://tomjohndance.com/

น้ำยาเคมีกำจัดปลวก หรือน้ำยาสมุนไพรกำจัดปลวกดีกว่ากัน


       น้ำยาที่ใช้ในการกำจัดปลวก โดยส่วนใหญ่ในการกำจัดปลวกนั้นจะมีน้ำยาที่ใช้งานกัน
อยู่ 2 ประเภทคือ น้ำยาเคมีและน้ำยาแบบสมุนไพร หรือน้ำหมักที่เป็นการหมักสมุนไพร
แล้วสกัดออกมาในรูปของน้ำยา สำหรับการผสมแล้วฉีดซึ่งอยากจะบอกว่า มันก็แล้วแต่การใช้งานครับ เพราะในบางสถานการณ์นั้นอาจจะต้องพึ่งพาน้ำยาเคมีแต่ในบางสถานการณ์ก็ต้องใช้น้ำยาสมุนไพร

ข้อดีและข้อเสียของน้ำยากำจัดปลวกแต่ละประเภทกัน

1. น้ำยาเคมี กำจัดปลวก

       แท้จริงแล้วก็เป็นการสกัดสารออกฤทธิ์จากธรรมชาตินั่นเองแต่สูตรของน้ำยาเคมี
จะได้รับการปรับแต่งสูตรให้มีการออกฤทธิ์ได้นานกว่าทำให้ไม่จำเป็นต้องมีการฉีด
เพิ่มซ้ำๆ บ่อยครั้งมากนัก เพราะการฉีดครั้งหนึ่งจะอยู่ได้นานนับเดือน ถึงหลายเดือน
นอกจากนั้นยังสามารถซึมผ่านชั้นดินได้เป็นอย่างดีทำให้สามารถซอกซอนทำลายปลวก
ที่อยู่ในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรก็ตามน้ำยาเคมีทุกประเภท

ข้อเสีย ส่งผลต่อร่างกายของมนุษย์ และ สัตว์เลี้ยง แม้จะไม่ถึงตายแต่ก็จะทำให้เกิดอาการป่วย หรือผิดปกติได้

2. น้ำยาสมุนไพร กำจัดปลวก

       โดยมีกระบวนการสกัดแบบธรรมชาติ 100%ไม่มีการปรับแต่งคุณสมบัติเหมือนกับน้ำยาประเภทเคมี ดังนั้นจึงเป็นน้ำยาที่ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงทุกประเภท รวมถึงคนด้วย น้ำยาประเภทนี้ มักจะทำจากสมุนไพรบางอย่างที่ออกฤทธิ์ต่อตัวของปลวกโดยตรงแต่สูตรการหมักมี หลายแบบครับ ต่างกันออกไป

ข้อดี ของน้ำยาประเภทนี้คือสามารถกำจัดปลวกได้อย่าง มีประสิทธิภาพสูงไม่แพ้น้ำยาเคมี

ข้อเสีย ของน้ำยาสมุนไพร มักจะไม่สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างยาวนานนัก จะสลายตัวไปเร็ว ดังนั้น หากบ้านไหนมีการใช้น้ำยาประเภทนี้กำจัดปลวก ต้องมีการฉีดซ้ำ รวมถึงข้อเสียเรื่องราคาที่แพงกว่าน้ำยาเคมี

สำหรับการเลือกใช้น้ำยานั้น ควรเลือกตามหลักดังนี้

  • หากต้องการกำจัดปลวก ที่มีขนาดของพื้นที่กว้างมากๆ เช่น บ้านหลังใหญ่ๆ อาคาร โกดัง ควรเลือกน้ำยาเคมี ที่จะสามารถมีฤทธิ์ตกค้างได้นานกว่าและยังมีราคา ที่ถูกกว่าน้ำยาประเภทสมุนไพร
  • หากต้องการกำจัดปลวกในบ้าน หรืออาคารที่มีคนหรือสัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่กันเป็นจำนวนมาก ควรเลือกน้ำยาประเภทสมุนไพรที่ปลอดภัยได้ 100% 
ที่มา : http://tomjohndance.com

Friday, August 28, 2015

วิธีไล่มดง่าย ๆ ไม่ต้องออกแรง

       มดเป็นแมลง ที่มีประสาทสัมผัสต่อเรื่องอาหารไวมาก ไม่ว่าจะวางอาหารคาวหวานไว้ตรงไหน เจ้ามดตัวน้อยก็จะเข้าจู่โจมโดยทันที จะฆ่าให้ตายก็ตายไม่หมด เพราะอย่างไรมันก็จะมาใหม่อยู่ดี ถึงจะใช้สารเคมีช่วยในการกำจัด ก็เสียสุขภาพร่างกาย
       เราจึงนำเสนอวิธีวิธีไล่มดอย่างสันติ อหิงหา โดยวิธีเหล่านี้จะทำให้คุณแม่บ้านปลอดภัยจากสารพิษอันตราย รวมถึงการหาอุปกรณ์กำจัดมดเหล่านี้ได้ง่ายในครัวเรือน ประหยัดแรง สบายกระเป๋า มีเทคนิคอะไรอย่างไรกันบ้าง

1. มดหายไปในพริบตา แค่ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำเปล่า
       คุณแม่บ้านรู้หรือไม่ว่า มดเกลียดน้ำส้มสายชูที่สุด ด้วยฤทธิ์ความเป็นกรดทำให้มดเหล่านี้ขยาด เพียงแค่ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำเปล่าในปริมาณ 1 ต่อ 1 บรรจุลงใสขวดสเปรย์ และฉีดพ่นในบริเวณที่มีมดเดินกันอย่างพลุกพร่าน แค่นี้มดก็จะไม่มากวนใจคุณอีกต่อไป

2. มดมลายหายไป เพียงแค่ใช้น้ำมะนาว
       อีกตัวเลือกหนึ่งสำกรับ คุณแม่บ้าน ถ้าทนกลิ่นน้ำส้มสายชูไม่ไหว เราแนะนำให้ใช้ น้ำมะนาว จะได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกับน้ำส้มสายชู เพราะเจ้ามดจะเกลียดกรดซิตริกที่อยู่ในมะนาวเป็นที่สุด อัตราการผสมน้ำมะนาว 1 ส่วน ต่อน้ำเปล่า 3 ส่วน และนำใส่ขวดสเปรย์ ฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณที่มดเดิน เพี่ยงเท่านี้คุณก็จะได้พื้นที่ของคุณคืนกลับมาแล้ว

3. มดขยาด เมื่อเจอแป้งเด็ก
       ของง่าย ๆ อย่างแป้งเด็กจะช่วยให้กำจัดมดได้ ไม่น่าเชื่อจริง ๆ เพราะแป้งเด็กมีสิ่งที่เจ้ามดเกลียดอีกอย่างหนึ่งไม่แพ้น้ำมะนาว และน้ำส้มสายชู เนื่องจากแป้งเด็กจะเข้าไปอุดรูหายใจของมด ทำให้มดหายใจไม่ออก รวมทั้งกลมกลิ่นไม่ให้มดสื่อสารถึงกันได้อีกด้วย โดยโรยดักไว้ในทางที่มดใช้สัญจรกันเป็นประจำ มดก็จะไม่มาให้พื้นที่คุณอีกต่อไป

4. แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ด้วยการเก็บอาหารให้มิดชิด
       วิธีนี้น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้มดมายุ่งกับคุณ ด้วยการเก็บอาหาร และเครื่องปรุงต่าง ๆ ลงในบรรจุภัณฑ์ให้มิดชิด โดยเฉพาะของหวานที่มดชอบทั้งหลาย เช่น น้ำตาล น้ำเชื่อม น้ำผึ้ง นม และเมื่อใช้เสร็จอย่าลืมทำความสะอาดให้เรียบร้อย เพราะคราบของหวานเหล่านี้ติดอยู่บริเวณฝา หรือบรรจุภัณฑ์ เป็นการป้องกัน และน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด

ที่มา : http://www.infinitydesign.in.th/4-วิธี-กำจัดมดในบ้าน-แบบไม่ต้องฆ่า /28418

Monday, August 24, 2015

กำจัดปลวก อย่างไรดี

       ปัญหาที่น่าหนักใจ เรื่องปลวกเป็นอันตรายกับบ้านอย่างมหาศาล ถึงแม้มันจะมีขนาดที่เล็กกะจิดริด แต่ด้วยการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ  ถ้าชะล่าใจแม้แต่นิดเดียวแล้วละก็อุปกรณ์ของบ้านที่เป็นไม้อาจจะชำรุดจนไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ยิ่งบ้านใดที่มีโครงสร้างทำจากไม้แล้วละก็ อาจถึงขั้นได้รื้อบ้านเพื่อวางโครงบ้านใหม่กัน
       ปลวกนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดด้วยกันคือ ปลวกไม้แห้ง ที่ชอบอยู่ในไม้หรือท่อนซุงที่แห้ง ปลวกจำพวกนี้จะไม่ชอบที่ชื้นและไม่ออกอาหารในดิน ปลวกไม้ชื้น ปลวกจำพวกนี้จะอยู่ในไม้ที่ผุพัง ต้นไม้ที่ล้มหรือไม้ที่เน่าเปื่อย ปลวกชนิดนี้มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมากเนื่องจากช่วยย่อยสลายไม้เน่าให้กลายเป็นปุ๋ยชั้นดี และชนิดที่สำคัญและเป็นอันตรายต่อเรามากที่สุดก็คือ ปลวกใต้ดิน ซึ่งเป็นปลวกที่จะอยู่ในระบบสังคม พบได้ทั่วไปในพื้นที่ที่ได้รับความชื้น โดยจะมีรังใหญ่อยู่ภายใต้พื้นผิวดิน มีการแบ่งการทำงานเป็นสัดส่วน คือ พวกสืบพันธ์ พวกทหาร และพวกกรรมกร และมีการรุกล้ำโครงสร้างบ้านเราโดยการทำเส้นทางลับไปยังที่ต่างๆได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด จึงเป็นอันตรายต่อโครงสร้างของอาคารต่างๆเป็นอย่างมาก

รู้ได้อย่างไรว่าบ้านของคุณถูกรุกล้ำด้วยปลวก
       เนื่องจากรังของปลวกนั้นอยู่ใต้ผิวดินจึงยากต่อการสังเกต แต่ก็จะมีจุดที่บ่งบอกได้ว่ามีการรุกล้ำของปลวกอยู่เช่นกัน

  1. ท่อกำบังโคลน ท่อนี้จะเกิดจากดินและไม้ที่ย่อยสลายแล้ว โดยจะเห็นเป็นเส้นทางได้โดยทั่วไป ปลวกจะสร้างท่อกำบังเหล่านี้เพื่อปกป้องตัวเองจากสิ่งต่างๆในระหว่างเดินทาง ดังนั้นถ้าเห็นเส้นทางที่มีท่อกำบังโคลนเหล่านี้แล้วละก็แสดงว่าบ้านของคุณเริ่มถูกคุกคามแล้ว
  2. แมลงเม่า แมลงเม่าก็คือปลวกที่วิวัฒนาการจนมีปีกนั่นเอง ซึ่งเป็นตัวผู้และตัวเมียที่ตัวโตเต็มวัย พบเห็นได้ในช่วงที่มีความชื้นสูง ดังนั้นถ้าวันไหนที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบปีกของแมลงเม่าแล้วละก็ ให้คาดคะเนได้เลยว่ามีรังของปลวกอยู่ภายในบริเวณที่ไม่ไกลนัก
  3. ไม้ถูกกัดกิน โดยส่วนมากแล้วจะสังเกตได้ยาก เนื่องจากว่าปลวกนั้นจะเริ่มแทะกัดกินจากภายในก่อน จึงสังเกตได้ยาก แต่อาจจะสังเกตได้จากไม้มีน้ำหนักเบาขึ้น และดูเปราะๆ


เตรียมรับมือกับปลวกอย่างไรดี

  1. เศษวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะเศษจำพวกไม้ หลังจากก่อสร้างเสร็จควรทำลายทิ้งให้หมดจากบริเวณบ้าน
  2. ในขั้นตอนก่อสร้างบ้าน ควรมีการฉีดเคมีบริเวณรอบคาน และฉีดเคลือบผิวดินในทุกๆตารางนิ้วโดยรอบบริเวณอาคาร และบริเวณที่มีความชื้นสูง
  3. หากพบเห็นทางเดินของปลวกให้ค้นหาถึงบริเวณที่ปลวกขึ้นมา แล้วพ่นยาฆ่าปลวก ทิ้งไว้ 1-2 วัน แล้วค่อยกลับมาตรวจสอบอีกครั้ง ถ้ายังมีอยู่อีกให้ขุดดินลงไปแล้วฉีดยาซ้ำ
  4. ผสมน้ำยากันปลวกกับซีเมนต์ที่ใช้สำหรับทำพื้นบ้าน
  5. ทำระบบท่อใต้อาคาร ระบบนี้จะมีท่อเชื่อมระหว่างคานและมีรูอยู่เป็นระยะ เมื่อถึงเวลาอัดน้ำยาก็เพียงแค่ใส่น้ำยาลงท่อแค่นั้น โดยไม่ต้องทุบพื้นหรือเจาะพื้นเพื่ออัดน้ำยาลงไปใหม่
  6. เลือกไม้ที่มีความทนทานต่อการทำลายของปลวก ซึ่งจะเป็นไม้เนื้อแข็งทั่วไป อาทิ สัก แดง ชิงชัน ประดู่ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ไม้เนื้ออ่อนจริงๆ ควรเคลือบน้ำยากันปลวกให้ทั่วก่อนนำมาใช้งาน
  7. ฉีดเคมีเคลือบโครงไม้และให้น้ำยาซึมเข้าไปในส่วนต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดใหม่ของปลวก รวมถึง มอด ด้วง และเชื้อราต่างๆ
  8. ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ใกล้บ้าน เนื่องจากจะเป็นเส้นทางที่ทำให้ปลวกเข้ามาสู่บ้านได้ หรือถ้าจำเป็นจริงๆควรหมั่นตรวจสอบต้นไม้ใหญ่ ถ้ามีอาการเหมือนต้นไม้จะตายแสดงว่าปลวกเริ่มยึดครองแล้ว ให้รีบกำจัดทิ้งทันที
  9. ควรป้องกันไม่ให้แมลงเม่าเข้าภายในบ้าน เนื่องจากแมลงเม่าก็คือปลวกที่อยู่ในวัยพร้อมเจริญพันธ์นั่นเอง เมื่อเข้ามาได้มันมักจะหาพื้นที่เพื่อสร้างรังและวางไข่ ถ้าพบว่าแมลงเม่าเข้ามาในบ้านได้ ควรกวาดมากองรวมกันฉีดด้วยน้ำและพ่นด้วยยาฆ่าแมลงเพื่อเป็นการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ

       การป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆถือเป็นการปฏิบัติที่ดีที่สุด หมั่นตรวจสอบ ดูแลบ้านตามวิธีข้างต้น เพียงเท่านี้บ้านไม้ของทุกคนก็จะปลอดภัยไร้ปลวกมารบกวน

ที่มา : http://www.thaihow.com/1576

Monday, August 17, 2015

การป้องกันหนูบุกรุกบ้าน


1. ปิดฝาถังขยะให้มิดชิด หากมีขยะเศษอาหารให้นำถังขยะไปเททิ้งนอกบ้านเสมอ
2. เก็บอาหารทุกชนิดในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด
3. ปิดหรืออุดทางหนูเข้าออกทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นรูบนกำแพง ประตู หรือมุ้งลวด
4. อย่าเสียเวลาลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาชวนเชื่อว่า “ช่วยไล่หนู” เพราะนอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว คณะกรรมการการค้าแห่งสหพันธรัฐยังเคยออกประกาศเตือนเกี่ยวกับเครื่องไล่หนูด้วยเสียงว่า ไม่สามารถกำจัดหนูและสัตว์จำพวกฟันแทะได้จริงตามที่แอบอ้าง
5. หาแมวมาเลี้ยง แมวเป็นนักล่าที่เก่งกาจและชอบล่าหนูโดยธรรมชาติ อย่างไรก็ดี แม้แต่แมวก็ไม่สามารถจับหนูในช่องใต้หลังคาหรือหลังกำแพงได้



ที่มา : http://th.wikihow.com/กำจัดหนู