น้ำยาที่ใช้ในการกำจัดปลวก โดยส่วนใหญ่ในการกำจัดปลวกนั้นจะมีน้ำยาที่ใช้งานกัน
อยู่ 2 ประเภทคือ น้ำยาเคมีและน้ำยาแบบสมุนไพร หรือน้ำหมักที่เป็นการหมักสมุนไพร
แล้วสกัดออกมาในรูปของน้ำยา สำหรับการผสมแล้วฉีดซึ่งอยากจะบอกว่า มันก็แล้วแต่การใช้งานครับ เพราะในบางสถานการณ์นั้นอาจจะต้องพึ่งพาน้ำยาเคมีแต่ในบางสถานการณ์ก็ต้องใช้น้ำยาสมุนไพร
ข้อดีและข้อเสียของน้ำยากำจัดปลวกแต่ละประเภทกัน
1. น้ำยาเคมี กำจัดปลวก
แท้จริงแล้วก็เป็นการสกัดสารออกฤทธิ์จากธรรมชาตินั่นเองแต่สูตรของน้ำยาเคมี
จะได้รับการปรับแต่งสูตรให้มีการออกฤทธิ์ได้นานกว่าทำให้ไม่จำเป็นต้องมีการฉีด
เพิ่มซ้ำๆ บ่อยครั้งมากนัก เพราะการฉีดครั้งหนึ่งจะอยู่ได้นานนับเดือน ถึงหลายเดือน
นอกจากนั้นยังสามารถซึมผ่านชั้นดินได้เป็นอย่างดีทำให้สามารถซอกซอนทำลายปลวก
ที่อยู่ในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรก็ตามน้ำยาเคมีทุกประเภท
ข้อเสีย ส่งผลต่อร่างกายของมนุษย์ และ สัตว์เลี้ยง แม้จะไม่ถึงตายแต่ก็จะทำให้เกิดอาการป่วย หรือผิดปกติได้
2. น้ำยาสมุนไพร กำจัดปลวก
โดยมีกระบวนการสกัดแบบธรรมชาติ 100%ไม่มีการปรับแต่งคุณสมบัติเหมือนกับน้ำยาประเภทเคมี ดังนั้นจึงเป็นน้ำยาที่ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงทุกประเภท รวมถึงคนด้วย น้ำยาประเภทนี้ มักจะทำจากสมุนไพรบางอย่างที่ออกฤทธิ์ต่อตัวของปลวกโดยตรงแต่สูตรการหมักมี หลายแบบครับ ต่างกันออกไป
ข้อดี ของน้ำยาประเภทนี้คือสามารถกำจัดปลวกได้อย่าง มีประสิทธิภาพสูงไม่แพ้น้ำยาเคมี
ข้อเสีย ของน้ำยาสมุนไพร มักจะไม่สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างยาวนานนัก จะสลายตัวไปเร็ว ดังนั้น หากบ้านไหนมีการใช้น้ำยาประเภทนี้กำจัดปลวก ต้องมีการฉีดซ้ำ รวมถึงข้อเสียเรื่องราคาที่แพงกว่าน้ำยาเคมี
สำหรับการเลือกใช้น้ำยานั้น ควรเลือกตามหลักดังนี้
- หากต้องการกำจัดปลวก ที่มีขนาดของพื้นที่กว้างมากๆ เช่น บ้านหลังใหญ่ๆ อาคาร โกดัง ควรเลือกน้ำยาเคมี ที่จะสามารถมีฤทธิ์ตกค้างได้นานกว่าและยังมีราคา ที่ถูกกว่าน้ำยาประเภทสมุนไพร
- หากต้องการกำจัดปลวกในบ้าน หรืออาคารที่มีคนหรือสัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่กันเป็นจำนวนมาก ควรเลือกน้ำยาประเภทสมุนไพรที่ปลอดภัยได้ 100%
ที่มา : http://tomjohndance.com




